logo

Facebook

Twitter

© 2016 All Rights Reserved. Proudly created with ทำเว็บ WordPress , รับทำเว็บไซต์ WordPress , สร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress , สอนทำเว็บ WordPress , รับทำเว็บ WordPress

08:30 - 17:30

Our Opening Hours Mon. - Fri.

+662-632-1051

Call Us For Initial Consultation

 
STLO Asia > เครื่องหมายการค้า

เครื่องหมายการค้า

rubber stamp printed with trademark

บริษัทฯ ของเราให้บริการตั้งแต่การตรวจสอบความเหมือนคล้ายของเครื่องหมายก่อนยื่นจดทะเบียนจนถึงการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับกรมทรัพย์สินทางปัญญา รวมไปถึงการดูแลภายหลังเครื่องหมายได้รับจดทะเบียน การเฝ้าสังเกตการณ์และการบังคับใช้ตามกฎหมาย

 

บริษัทฯ มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่จะนำเสนอบริการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบออนไลน์ซึ่งสะดวกและง่ายต่อการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย ‘TMTHONLINE’ นำเสนอบริการแก่ผู้ประกอบการหรือบริษัทด้านทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อให้สามารถเตรียมคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าออนไลน์ได้ในราคาย่อมเยา นอกจากนี้ บริษัทฯยังได้จัดให้มีทางเลือกให้ท่านสามารถถามคำถามหรือปัญหาเกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับทนายความอาชีพที่มีประสบการณ์ทางด้านทรัพย์สินทางปัญญาโดยตรงเพื่อช่วยให้ท่านสามารถดำเนินการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้โดยสำเร็จและไม่ขัดข้อง

 

ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ WWW.TMTHONLINE.COM  หรือติดต่อผ่านบริษัทฯ โดยตรง ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังเป็นตัวแทนให้แก่ลูกความในด้านอนุญาโตตุลาการรวมไปถึงการดำเนินการภายใต้หอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทย หรือ ICC และข้อบังคับของอนุญาโตตุลาการ กระทรวงยุติธรรม

บริการด้านเครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ ประกอบด้วยบริการดังต่อไปนี้

การตรวจสอบความเหมือนคล้าย

ก่อนยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย บริษัทฯ แนะนำให้ท่านผู้ซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดำเนินการตรวจสอบความเหมือนคล้ายเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นทั้งที่อยู่ระหว่างยื่นคำขอจดทะเบียนและที่ได้รับจดทะเบียนแล้วเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของท่านและเพื่อให้ทราบว่าเครื่องหมายการค้าของท่านนั้นมีลักษณะที่สามารถจดทะเบียนได้และไม่เป็นที่ต้องห้ามตามกฎหมายไทย

บริษัทฯของเราจะดำเนินการทำรายงานการตรวจสอบความเหมือนคล้ายโดยละเอียดซึ่งเกี่ยวกับแนวโน้มหรือโอกาสที่เครื่องหมายการค้าของท่านจะได้รับจดทะเบียนในประเทศไทย

รายงานการตรวจสอบความเหมือนคล้ายจะประกอบไปด้วยการอธิบายข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าดังกล่าวว่ามีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้หรือไม่ตามกฎหมายไทย รวมไปถึงว่ามีเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของท่านซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า โดยจะมีการให้ความเห็นทางกฎหมายว่าเครื่องหมายการค้าที่เหมือนคล้ายดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเครื่องหมายการค้าของท่านอย่างไร

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า 

เครื่องหมายการค้าเป็นหนึ่งในทรัพย์สินอันทรงคุณค่าสำหรับบริษัทและเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้สินค้ามีเอกลักษณ์และเกิดความแตกต่างในทางการค้ากับสินค้าที่ผลิตและจัดจำหน่ายโดยผู้อื่น ดังนั้นแล้ว บริษัทฯ จึงเห็นควรเป็นอย่างยิ่งให้ท่านดำเนินการปกป้องคุ้มครองสิทธิในทางเครื่องหมายการค้าของท่านผ่านการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

ทั้งนี้ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยมีประโยชน์และมีความสำคัญเป็นอย่างมากดังนี้

  • เพื่อใช้สันนิษฐานในกฎหมายถึงความเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า
  • เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะใช้เครื่องหมายการค้าในประเทศไทยกับสินค้า/บริการที่ได้จดทะเบียนไว้โดยผู้อื่นไม่มีสิทธิที่จะใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวได้
  • เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิและความสามารถในการดำเนินการทางกฎหมายกับการใช้เครื่องหมายการค้าโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยบุคคลที่สาม
  • ใช้การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยเป็นรากฐานในการอ้างถึงสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ
  • ประเทศไทยไม่ได้ลงนามสนสิสัญญาระหว่างประเทศอันเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า ซึ่งหมายความว่า หากเครื่องหมายการค้าของท่านไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย เครื่องหมายการค้าของท่านก็ย่อมมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น หากมีผู้อื่นนำเครื่องหมายการค้าของท่านไปจดทะเบียนด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม เพื่อให้ท่านได้สิทธิในเครื่องหมายการค้าของท่านคืนมา ซึ่งย่อมใช้ระยะเวลานานและเสียค่าใช้จ่ายสูง แม้ว่าท่านจะมีหลักฐานสนับสนุนที่ดีถึงความเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของท่าน ท่านก็อาจแพ้คดีในศาลได้ บริษัทฯจึงต้องรักษาผลประโยชน์ให้แก่ท่านในเครื่องหมายการค้าให้ดีที่สุด

บริษัทฯ ของเราดำเนินการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยมามากกว่า 20 ปี โดยทนายความผู้มีประสบการณ์ของบรษัทฯจะเป็นผู้ควบคุมดูแลทั้งกระบวนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยภายใต้กฎหมาย

โดยหลักแล้วนั้น กฎหมายเครื่องหมายการค้าที่ใช้ในประเทศไทยคือพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2543 คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยจะต้องยื่นขอจดทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการมีหน้าที่และความรับผิดชอบด้านการจัดการสิทธิในทางทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย

 

แม้ว่าเครื่องหมายการค้าจะได้รับจดทะเบียนในประเทศไทย แต่หากเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นไม่ได้ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่ไม่มีการใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวเลยเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกันหลังจากได้รับจดทะเบียนแล้วนั้น ผู้มีส่วนได้เสียอาจยื่นคำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นๆได้กับคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ดังนั้น เจ้าของเครื่องหมายการค้าจึงควรใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวภายหลังได้รับจดทะเบียนเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการถูกเพิกถอนการจดทะเบียนโดยคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า

 

การโอนเครื่องหมายการค้า

ระยะเวลาระหว่างการตรวจสอบเครื่องหมายการค้าที่ยังไม่ได้รับจดทะเบียนรวมถึงภายหลังที่เครื่องหมายการค้าได้รับจดทะเบียนแล้ว เจ้าของเครื่องหมายการค้าอาจโอนความเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าให้แก่อีกบุคคลหนึ่งได้ซึ่งเรียกว่า การโอนเครื่องหมายการค้า

 

ภายใต้พระราชบัญญติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 นั้น การโอนเครื่องหมายการค้าที่สมบูรณ์และบังคับได้ในประเทศไทยจะต้องทำเป็นหนังสือ แปลเป็นภาษาไทยและจดทะเบียนไว้กับนายทะเบียน การโอนเครื่องหมายการค้าจะต้องระบุถึงรายละเอียดของเครื่องหมายการค้า คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และจำพวกสินค้า หลังจากที่ได้ยื่นเอกสารดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว นายทะเบียนจะดำเนินการตรวจสอบโดยใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน เมื่อการโอนเครื่องหมายการค้าได้รับการอนุมัติ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะทำการบันทึกข้อมูลใหม่ลงในระบบเครื่องหมายการค้านั้น

การต่ออายุเครื่องหมายการค้า

ภายใต้พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าของประเทศไทย การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าจะต้องได้รับการต่ออายุทุกๆ 10 ปีโดยจะต้องยื่นคำขอต่ออายุเครื่องหมายการค้าภายในระยะเวลา 90 วันก่อนวันสิ้นสุดอายุความคุ้มครองและการต่ออายุเครื่องหมายการค้าจะได้รับความคุ้มครองต่อไปอีก 10 ปี ดังนั้นแล้ว เครื่องหมายการค้าในประเทศไทยจึงอาจได้รับการต่ออายุอย่างไม่สิ้นสุดจำนวนครั้ง

ทั้งนี้ ทนายความของบริษัทฯจะเป็นผู้ควบคุมดูแลกระบวนการต่ออายุเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย

การจัดการด้านทรัพย์สินทางปัญญา

สินทรัพย์ทางปัญญานั้น เป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในท้องตลาด เนื่องจากสินทรัพย์ทางปัญญานั้นสามารถทำคุณค่าให้แก่บริษัทได้ และเพื่อเป็นการพัฒนาเสริมสร้างสินทรัพย์ทางปัญญานั้น เรามีความจำเป็นที่จะต้องเข้าใจถึงคุณค่าและความเสี่ยงของสินทรัพย์ประเภทนี้ด้วย บริษัทฯ จึงมีบริการให้คำปรึกษาแบบมืออาชีพในด้านทรัพย์สินทางปัญญา อาทิ ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร รวมไปถึงความลับทางการค้า บริษัทฯช่วยลูกความในการจัดการและคุ้มครองยอดรวมของทรัพย์สินทางปัญญาโดยการพัฒนาด้านกลยุทธ์ซึ่งจะช่วยส่งเสริมกลยุทธ์ในทางธุรกิจไปด้วยพร้อมๆกัน

สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้า

สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิเป็นสัญญาที่ทำขึ้นอย่างเป็นทางการระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้า (ผู้อนุญาต) ให้อนุญาตแก่อีกฝ่ายหนึ่ง (ผู้ได้รับอนุญาต) ใช้เครื่องหมายการค้าได้ภายใต้เงื่อนไขและข้อตกลงร่วมกัน

 

ภายใต้พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า เจ้าของเครื่องหมายการค้าอาจให้สิทธิแก่อีกฝ่ายหนึ่งในการใช้เครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าซึ่งได้รับความคุ้มครองภายใต้เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนนั้นๆ โดยสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ ตามเงื่อนไขและข้อตกลงดังนี้

 

 

  • สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนกับนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า
  • สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิจะต้องมีข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ทำให้ผู้อนุญาตสามารถรักษาคุณภาพของสินค้าที่ผลิตภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว
  • สินค้าและบริการที่จะได้รับการอนุญาตให้ใช้กับเครื่องหมายการค้าจะต้องกำหนดอย่างชัดเจนในสัญญาอนุญาต

การเพิกถอนเครื่องหมายการค้า 

ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนสามารถถูกเพิกถอนได้ด้วยกรณีดังต่อไปนี้

การเพิกถอนโดยผู้จดทะเบียนซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า (มาตรา 67)

  • เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าในการต่ออายุเครื่องหมายการค้า (มาตรา 55)
  • เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วขอให้นายทะเบียนเพิกถอนเครื่องหมายการค้าของตนเอง (มาตรา 57)
  • เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วฝ่าฝืนหรือมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่นายทะเบียนกำหนดในการรับจดทะเบียน (มาตรา 58)
  • เจ้าของหรือตัวแทนเครื่องหมายการค้าเลิกตั้งสำนักงานหรือที่อยู่ในประเทศไทยตามที่จดทะเบียนไว้ (มาตรา 59)
  • ถูกเพิกถอนโดยคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า
  • เครื่องหมายการค้าไม่บ่งเฉพาะ (มาตรา 7) หรือเครื่องหมายการค้าต้องห้ามไม่ให้ได้รับจดทะเบียนภายใต้พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (มาตรา 8) หรือ เครื่องหมายการค้าเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของผู้อื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว (มาตรา 13)
  • เครื่องหมายการค้าขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (มาตรา 62)
  • เจ้าของเครื่องหมายการค้ามิได้ตั้งใจโดยสุจริตที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าได้จดทะเบียนไว้ และตามความจริงก็ไม่เคยมีการใช้เครื่องหมายการค้านั้นโดยสุจริตสำหรับสินค้าดังกล่าวเลย หรือในระหว่าง 3 ปีก่อนที่จะมีคำร้องขอให้เพิกถอน (มาตรา 63)
  • ถูกเพิกถอนโดยศาล
  • ผู้มีส่วนได้เสียแสดงได้ว่าขณะที่ร้องขอนั้นเครื่องหมายการค้าได้กลายเป็นสิ่งที่ใช้สามัญในการค้าขายสำหรับสินค้าบางอย่างหรือบางจำพวกจนกระทั่งในวงการค้าหรือในสายตาของสาธารณชน เครื่องหมายการค้านั้นได้สูญเสียความหมายของการเป็นเครื่องหมายการค้าไปแล้ว (มาตรา 66)
  • ผู้มีส่วนได้เสียแสดงได้ว่าตนมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นดีกว่าผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น (มาตรา 67)
Previous
Next